Thursday
27 Octก้าวใหม่ของปฏิกิริยาฟิวชัน
ใจกลางดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานมหาศาลด้วยปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน
ปฏิกิริยาฟิวชันใช้ธาตุไฮโดรเจนเป็นวัตถุดิบ ซึ่งไฮโดรเจนเป็นธาตุที่มีอยู่มากมายบนโลก นอกจากนี้ยังปลดปล่อยพลังงานอย่างต่อเนื่องยาวนาน และไม่มีผลผลิตที่เป็นกากนิวเคลียร์ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมเลย
ปฏิกิริยาฟิวชันจึงเป็นเหมือนความหวังแห่งพลังงานในโลกยุคใหม่
หลายสิบปีที่ผ่านมา นักฟิสิกส์พยายามสร้างปฏิกิริยาฟิวชันในห้องทดลองเพื่อเป็นแหล่งพลังงานใหม่ให้กับอนาคต เปรียบกับการสร้างแก่นดาวจำลองขึ้นบนพื้นโลก!
แต่ปฏิกิริยาฟิวชันจะเกิดขึ้นได้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขสำคัญ 3 อย่าง
1.พลาสมาอุณหภูมิต้องสูงมาก
2.พลาสมาต้องอยู่ในปริมาตรที่จำกัด
3.พลาสมาต้องอยู่ในความดันที่มีสเถียรภาพ
ยิ่งความดันสูง พลังงานที่จะเกิดขึ้นก็ยิ่งมาก แต่การสร้างความดันที่เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เพราะพลังงานที่ต้องใช้เพื่อเพิ่มความดันก็ต้องมากตามไปด้วย
ล่าสุดเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน Alcator C-Mod แห่งสถาบัน MIT แถลงเมื่อ 17 ตุลาคม 2559 ว่าสามารถทำให้พลาสมามีความดันสูงเป็น 2 เท่าของความดันบรรยากาศซึ่งนับว่ามากเป็นประวัติการณ์(ก่อนหน้านี้ทำได้ราวๆ 1 บรรยากาศเท่านั้น) อุณหภูมิของพลาสมามีค่า 35 ล้านองศาเซลเซียส (2 เท่าของแก่นดวงอาทิตย์) เกิดกระแสไฟฟ้า 1.4 ล้านแอมป์ โดยทั้งหมดถูกกักไว้ในปริมาตร 1ลูกบาศก์เมตร
แม้จะยังไม่สามารถนำพลังงานไปใช้ประโยชน์กับชีวิตประจำวันของคนทั่วไปได้ แต่ความรู้ที่เกิดจากความพยายามเหล่านี้มีมากมาย ระหว่างนี้เกิดงานวิจัยระดับปริญญาเอกมาก 150 ชิ้นและงานวิจัยระหว่างประเทศมากนับสิบชิ้น
ที่สำคัญทีมวิจัยสนามแม่เหล็กความเข้มสูงที่เกิดขึ้นในเตาปฏิกรณ์นี้ เตรียมการประยุกต์เพื่อสร้าง Affordable Robust Compact (ARC) reactor ซึ่งเป็นโรงงานไฟฟ้าต้นแบบเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้ามหาศาลแล้ว
ที่มา: http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-news/2688-alcator-c-mod-nuclear-fusion